ราชกิจจานุเบกษา

จาก Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

ผู้เรียบเรียง ณัฐพล ยิ่งกล้า

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จเร พันธุ์เปรื่อง


ราชกิจจานุเบกษา (Royal Thai Government Gazette หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Government Gazette) เป็นหนังสือรวบรวมคำประกาศของทางราชการ โดยเริ่มจัดพิมพ์ขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพุทธศักราช 2401 ทำหน้าที่ผลิตข่าวสารของทางราชการเพื่อเผยแพร่ให้ราษฎรได้ทราบทั่วถึงกัน และพระราชทานชื่อว่า “ราชกิจจานุเบกษา” แปลว่า “เป็นที่เพ่งดูราชกิจ” อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอาลักษณ์ ปัจจุบันมีสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีซี่งเป็นหน่วยงานของรัฐทำหน้าที่รับผิดชอบจัดพิมพ์

เนื้อหา

วิวัฒนาการของราชกิจจานุเบกษา

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง โรงพิมพ์หลวงขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เมื่อพุทธศักราช 2401 เรียกว่า "โรงอักษรพิมพการ" ทำหน้าที่ผลิตข่าวสารของทางราชการเพื่อเผยแพร่ให้ราษฎรได้ทราบทั่วถึงกัน โดยเริ่มพิมพ์หมายประกาศต่างๆ มีลักษณะอย่างหนังสือพิมพ์ข่าว และพระราชทานชื่อว่า “ราชกิจจานุเบกษา” เมื่อพิเคราะห์ดูเรื่องที่พิมพ์พบว่าเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นส่วนมาก ครั้นต่อมาทรงติดพระราชภารกิจอื่นมากขึ้น ไม่มีเวลาพอจะทรงพระราชนิพนธ์และไม่มีผู้ใดรับผิดชอบเป็นผู้แต่งต่อ จึงโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์แต่หมายประกาศ ทำเป็นใบปลิวแจกตามกระทรวง ทบวง กรม และปิดไว้ตามที่ชุมชน

ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้ได้ทรงนำอารยธรรมต่างประเทศหลายอย่างมาใช้เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ แต่สิ่งใดที่มีอยู่แล้วและเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในสมัยสมเด็จพระบรมชนกนาถ ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการปฏิบัติต่อ โดยเฉพาะเรื่องการพิมพ์หนังสือราชกิจจานุเบกษา ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ออกหนังสือนี้ขึ้นอีกครั้งสืบมาจนถึงปัจจุบัน

ในสมัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 จนถึงพ.ศ. 2489 เป็นสมัยที่พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม สิทธิเสรีภาพของประชาชนขยายวงกว้างขึ้นเพราะการประกาศต่างๆ ในราชกิจจานุเบกษาเอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่ประชาชนในด้านความรู้ต่างๆ ด้านกฎหมาย ความเป็นอยู่ที่ต้องเกี่ยวข้องกับทางราชการ ทำให้ประชาชนมีความรู้มากขึ้น เช่น ข่าวในพระราชสำนัก การประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินหวงห้าม ที่ดินเวนคืน ตามอำเภอ ตำบลต่างๆ พระราชบัญญัติการรับราชการทหาร ประกาศด้านการศึกษาต่างๆ การตั้งโรงเรียน การออกโฉนดที่ดิน การขอแปลงสัญชาติ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์และประชาชนควรรู้ทั้งสิ้น จึงนับได้ว่าหนังสือราชกิจจานุเบกษาในสมัยนี้ปรับปรุงเพิ่มเนื้อหาต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์แก่ทางราชการและประชาชน เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าของประชาชนเป็นอเนกนานัปการ

ราชกิจจานุเบกษามี 4 ประเภท คือ[1]

1. ประเภท ก ฉบับกฤษฎีกา เป็นประกาศเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา พระบรมราชโองการที่เป็นกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งของหน่วยงานหรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เป็นอนุบัญญัติ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนดและเรื่องที่ประชาชนทั่วไปควรได้รับทราบ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คำพิพากษาของศาลปกครองอันถึงที่สุดให้เพิกถอนกฎ ใช้อักษรย่อ ก ระบุไว้หลังเลขเรียงลำดับตอนที่ เช่น เล่ม 123 ตอนที่ 1 ก วันที่ 1 มกราคม 2549

2. ประเภท ข ฉบับทะเบียนฐานันดร เป็นการประกาศเกี่ยวกับการสถาปนาและถอดถอนสมณศักดิ์ รายชื่อผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญราชการ หรือยศ รายชื่อผู้ถูกเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือถูกถอดยศ และรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือเหรียญตราต่างประเทศ หมายกำหนดการ พระราชพิธีต่างและข่าวในพระราชสำนัก ใช้อักษรย่อ ข ระบุไว้หลังเลขเรียงลำดับตอนที่ เช่น เล่ม 123 ตอนที่ 1 ข วันที่ 1 มกราคม 2549

3. ประเภท ค ฉบับทะเบียนการค้า เป็นการประกาศเกี่ยวกับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด การเปลี่ยนแปลงและการเพิกถอนทางทะเบียน ใช้อักษรย่อ ค ระบุไว้หลังเลขเรียงลำดับตอนที่ เช่น เล่ม 123 ตอนที่ 1 ค วันที่ 1 มกราคม 2549

4. ประเภท ง ฉบับประกาศและงานทั่วไป เป็นการประกาศเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุในประเภท ก ประเภท ข และประเภท ค ใช้อักษรย่อ ง ระบุไว้หลังเลขเรียงลำดับตอนที่ เช่น เล่ม 123 ตอนที่ 1 ง วันที่ 1 มกราคม 2549

ราชกิจจานุเบกษาแต่ละประเภท อาจกำหนดออกตอนพิเศษตามความจำเป็น เช่น เล่ม 123 ตอนพิเศษ 1 ก วันที่ 1 มกราคม 2549

ลักษณะของเรื่องที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เรื่องที่จะนำลงประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาได้ จะต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

1. เรื่องที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา

2. ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องส่งไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

3. เรื่องที่กฎหมายมิได้บัญญัติให้ต้องประกาศหรือส่งพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา แต่เป็นเรื่องสำคัญที่สมควรเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ

ลักษณะรูปเล่มของราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจานุเบกษา ขึ้นลำดับเล่มใหม่ทุกปี และเริ่มตอนที่ 1 ในช่วงต้นเดือนมกราคม ราชกิจจานุเบกษานี้มีแบบการจัดพิมพ์ที่เป็นมาตรฐาน แบ่งการพิมพ์ออกเป็น 2 แผนก คือ แผนกราชกิจจานุเบกษา และแผนกกฤษฎีกา การจัดพิมพ์ของทั้งสองแผนกมีขนาดรูปเล่มเหมือนกัน คือกว้าง 14.5 ซม. ยาว 21 ซม. ปกสีขาวมีตราครุฑสีดำอยู่บนปก

แผนกราชกิจจานุเบกษา จะรวบรวมเรื่องที่ทางราชการต้องการประกาศให้ประชาชนหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทราบ ประกอบด้วย ประกาศ ข้อบังคับ คำสั่ง ระเบียบ หมายกำหนดการ แถลงการณ์ ฯลฯ

แผนกกฤษฎีกา รวมเรื่องของทางราชการที่มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมาย หรือเสมือนกฎหมายได้ ประกอบด้วยรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎ ก.พ. กฎสำนักนายกรัฐมนตรี กฎกระทรวง เทศบัญญัติ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศพระบรมราชโองการ ฯลฯ

การจัดพิมพ์ราชกิจจานุเบกษาแต่ละตอน มีจำนวนหน้าไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่ปรากฏในช่วงนั้นๆ ในกรณีที่ข้อความในราชกิจจานุเบกษาเกิดความผิดพลาดไปจากความเป็นจริง จะมีใบแก้คำผิดไว้ท้ายตอนต่อไป เรียกว่า “แก้คำผิด”


การส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เนื่องจากในปัจจุบันส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรต่างๆ ส่งเรื่องไปประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเป็นจำนวนมาก และหลากหลายประเภท ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ ตลอดจนความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างกว้างขวาง การนำลงประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ออกสู่สาธารณะจำเป็นต้องคำนึงถึงความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์ของเรื่องนั้นๆ เป็นประการสำคัญ

ด้วยเหตุนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาแจ้งเวียนกระทรวงทบวง กรม และหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรต่างๆ เพื่อถือปฏิบัติต่อเนื่องมาเป็นลำดับ หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาที่ถือปฏิบัติอยู่ในเวลานี้ ได้แก่ หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0204/ว 14 ลงวันที่ 29 มกราคม 2545 เรื่อง การส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือนำส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา การส่งต้นฉบับ สำเนาจากต้นฉบับ การจัดส่งเอกสารแนบท้าย ขนาด การวางแบบและการพับเอกสารแนบท้าย จำนวนเอกสารแนบท้าย ระยะเวลาในการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้น

ระยะเวลาในการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา

1. ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องมีหนังสือส่งเรื่องและเอกสารแนบท้าย(ถ้ามี) ไปถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนวันที่ประสงค์จะให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเรื่องนั้นประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาอย่างน้อย 2 สัปดาห์

2. กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนหรือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ขอให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องติดต่อประสานงานโดยตรงกับส่วนงานราชกิจจานุเบกษาเป็นรายกรณี

การประกาศใช้กฎหมายในราชกิจจานุเบกษา

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาไว้ในมาตรา 38 ว่า

“เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้ร่างพระราชบัญญัติขึ้นสำเร็จแล้วให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ท่านให้ใช้เป็นกฎหมายไว้”

นับแต่บัดนั้นมา ร่างพระราชบัญญัติที่นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว จะมีผลบังคับก็ต่อเมื่อได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติอยู่ถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ก็ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 90 ว่า

“ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ จะตราขึ้นเป็นกฎหมายได้ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา และเมื่อพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธย หรือถือเสมือนว่าได้ทรงลงพระปรมาภิไธยตามรัฐธรรมนูญนี้แล้ว ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป”

ราชกิจจานุเบกษาเป็นหนังสือสำคัญของทางราชการในการใช้เป็นสื่อระหว่างรัฐกับประชาชน โดยทำให้ประชาชนได้รับทราบและได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและเรื่องสำคัญต่างๆ ของชาติ จึงมีประโยชน์และมีคุณค่าสูงยิ่งในการศึกษาค้นคว้า โดยเฉพาะฉบับย้อนหลังเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและอ้างอิงได้ในทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ภาษา วรรณคดี ขนบธรรมเนียมประเพณี และประวัติบุคคล ฯลฯ หากศึกษาค้นคว้าทั้งระบบจะทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์ของชาติทุกด้านในแต่ละยุคสมัย

อ้างอิง

  1. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 123 ตอนที่ 1 ก วันที่ 1 มกราคม 2549

บรรณานุกรม

ปองพล ไตรเทพชนะภัย. ความสำคัญของราชกิจจานุเบกษา. แหล่งที่มา : http://www.geocities.com/fmjnitivej/law0101.htm สืบค้นข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 เวลา 10.05 นาฬิกา.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 123 ตอนที่ 1 ก วันที่ 1 มกราคม 2549

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/RKJ/index/index.htm สืบค้นข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 เวลา 10.30 นาฬิกา.

http://th.wikipedia.org สืบค้นข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 เวลา 11.00 นาฬิกา.


ดูเพิ่มเติม

เครื่องมือส่วนตัว