ประชาสังคม (พ.ศ. 2543)

จาก Wiki

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

ผู้ทรงคุณวุฒิประจำบทความ รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร และ รองศาสตราจารย์ ดร.นิยม รัฐอมฤต



พรรคประชาสังคม

เป็นพรรคการเมืองที่ได้รับการจดทะเบียนพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2543 (เลขที่ 10/2543) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2541 โดยมีนายทวีสุข วงศ์สายเชื้อเป็นหัวหน้าพรรค นายธนาสิทธิ์ การะดีเป็นรองหัวหน้าพรรค และนายชัยศรี ผลาพรหมเป็นเลขาธิการพรรค


แนวนโยบายของพรรค [1]

นโยบายด้านการเมือง ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองในด้านต่างๆ ซึ่งทางพรรคจะดำเนินแนวทางที่จะสร้างโอกาส กลไก และเครื่องมือในทางการเมืองให้ประชาชนสามารถมีส่วนในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศได้เอง ส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกระดับ ควบคู่ไปกับการสร้างบรรทัดฐานในทางการเมืองที่ยึดหลักสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค กฎหมาย และหลักคุณธรรมจริยธรรม

นโยบายทางด้านเศรษฐกิจ เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนเป็นสำคัญ ในทางการเงินและการคลัง พยายามสร้างเสถียรภาพของระบบการเงินและการคลังโดยใช้มาตรการทางภาษี งบประมาณแผ่นดิน อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และส่งเสริมระบบการค้าเสรี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

นโยบายด้านสังคมและสาธารณสุข มีแนวนโยบายที่จะส่งเสริมพัฒนาสังคมที่เอื้ออำนวยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมโดยรวม เสริมสร้างสถาบันครอบครัวให้เป็นรากฐานของสังคม คุ้มครองผู้ด้อยโอกาส ให้ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันกับคนในสังคม ในด้านสาธารณสุข พรรคมีนโยบายส่งเสริมระบบสาธารณสุขเชิงป้องกัน และการให้บริการสาธารณสุขแบบผสมผสานมีหลักประกันในการให้บริการพื้นฐานที่มีคุณภาพ เช่น การพัฒนาคุณภาพการให้บริการสาธารณสุข ให้สามารถสนองตอบความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งการส่งเสริมให้มีการค้นคว้าวิจัย ความรู้ทางการแพทย์แผนไทยให้มีศักยภาพมากขึ้น เป็นต้น

นโยบายด้านการศึกษา ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาตามแนวรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ โดยการปรับปรุงระบบการศึกษาทั้งระบบทั้งเรื่องคุณภาพการศึกษาให้สามารถเทียบเท่าและเชื่อมโยงกับนานาประเทศ ทั้งนี้ต้องสอดคล้องกับประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละท้องที่ด้วย รวมไปถึงการจัดระบบค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้กับบุคลากรทางการศึกษา

นโยบายด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ นโยบายต่างประเทศของพรรคประชาสังคมก็ไม่ได้แตกต่างจากพรรคทั่วไปอื่นๆ กล่าวคือ เขียนอย่างกว้างๆว่าจะมุ่งแก้ไขสนธิสัญญาระหว่างประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติให้มากขึ้น จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนให้มากขึ้น

นโยบายด้านความมั่นคง พรรคประชาสังคมก็ยังคล้ายกับพรรคอื่นๆที่ร่างนโยบายความมั่นคงที่เน้นการเพิ่มสมรรถนะของกองทัพ แต่ความแตกต่างก็คือการเสนอการยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหารเพื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบทหารอาสาแทน


การเคลื่อนไหวทางการเมือง พรรคประชาสังคมมิได้มีการเคลื่อนไหวหรือกิจกรรมทางการเมืองที่สลักสำคัญอะไรเลย อีกทั้งไม่มีความพยายามจะขยายฐานสมาชิกพรรคและสาขาพรรค ซึ่งก็เป็นเหตุนำไปสู่การสิ้นสุดของพรรคประชาสังคมเองในที่สุด


การล่มสลายของพรรค เนื่องจากนับแต่ก่อตั้งพรรคขึ้นมาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2543 พรรคประชาสังคมมีแต่การนิ่งเฉยไม่มีกิจกรรมทางการเมือง ไม่ขยายจำนวนสมาชิกและสาขาพรรคแต่อย่างใด ซึ่งก็เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ.2541 มาตรา 29 คือ ต้องดำเนินการให้มีสมาชิกตั้งแต่ห้าพันคนขึ้นไป และอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีที่อยู่ในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และมีสาขาพรรคการเมืองอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขา ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดแจ้งการตั้งพรรคการเมืองซึ่งครบกำหนดภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2543 และผิดมาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) ที่บัญญัติว่า พรรคการเมืองใดที่ไม่ดำเนินตามมาตรา 29 พรรคการเมืองดังกล่าวเป็นอันยุบไป ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองก็ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามที่กดหมายกำหนดและทางศาลรัฐธรรมนูญก็พิจารณาว่าพรรคประชาสังคมกระทำการขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ.2541 มาตรา 29 และมาตรา 65 จริง จึงมีคำสั่งให้ยุบพรรคประชาสังคมไปเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2544


ที่มา

ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 118 ตอนพิเศษ 14 ง, 16 กุมภาพันธ์ 2544.

ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 118 ตอนที่ 97 ก, 24 ตุลาคม 2544.

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2544 วันที่ 11 มกราคม 2544.

อ้างอิง

  1. ศึกษาเพิ่มเติม ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนพิเศษ 65 ง วันที่ 3 กรกฏาคม 2543.
เครื่องมือส่วนตัว